พญาหงส์ อโยธยาไฟท์ยิม หรือ “น้องปุ้ม” จันทกานต์ มโนบาล ลูกพี่ลูกน้อง “ลิซ่า BLACKPINK” สร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์มวยหญิง K1 ที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยในการแข่งขัน K-1 เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ที่โยโยกิ เนชั่นแนล ยิมเนเซียม กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น รุ่น 45 กิโลกรัมหญิง น้องปุ้มขึ้นชกด้วยการเอาชนะนักมวยหญิงจากญี่ปุ่น ทั้งในรอบรองชนะเลิศ และในรอบชิงชนะเลิศ สามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นนักมวยหญิงไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำได้

พญาหงส์เป็นนักมวยที่สูงแค่ 155 ซม. เจ้าตัวยอมรับว่าร่างกายของเธอ ไม่เคยมีข้อได้เปรียบเหนือนักสู้คนไหนเลย แต่อะไรทำให้เธอสามารถยืนหยัดต่อสู้กับการต่อสู้ครั้งใหญ่ได้ เพราะเธอมีเคล็ดลับความเข้มแข็งจากการวิ่ง

โดยปกตินักมวยจะวิ่งโดยเฉลี่ยประมาณ 10 กม. ต่อมื้อการฝึก แต่พญาหงษ์จะวิ่ง 20 กม. ทุกวัน เพราะเธอจะไม่พักที่ค่ายมวย เธออาศัยการวิ่งจากบ้านไปยังค่ายมวย เพื่อฝึกซ้อมในตอนเย็นทุกวัน

สิ่งนี้ทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรง และมีฐานดี มากกว่านักมวยคนอื่น โดยไม่รู้ตัว และอาวุธหลักที่ใช้พิชิตคู่ต่อสู้คือ “แข้ง” แม้ว่าพญาหงษ์จะเป็นนักมวยตัวเล็ก แต่การเตะของเธอต้องบอกว่าหนักมาก สามารถเตะคนที่สูงกว่า และบางครั้งก็สามารถเอาชนะ คนที่น้ำหนักมากกว่าตัวเองได้

ติดตามเรื่องราวน่าสนใจ เกี่ยวกับวงการมวยไทย มวยสากลที่ Boxingth.com

ผลงานของ พญาหงส์ ในการชกกับ ซูคาวาระ มิยู ในรอบชิง

ยกที่ 1 มิยู นักชกเจ้าถิ่นมีรูปร่างสูงมีข้อได้เปรียบเหนือพญาหงส์มาก เป็นฝ่ายเดินหน้าเตะ ต่อย พญาหงส์อยู่หลายหลายครั้ง แต่พญาหงส์เตะซ้ายขวางการบุกของมิยูไว้ได้ แต่รูปเกมก็ยังเป็นรองอยู่ในยกแรก

ยกที่ 2 มิยูเริ่มเดินเข้าหา และปล่อยหมัดเร็วขึ้นจนโดนพญาหงษ์เต็ม ๆ บางคราวเมื่อพญาหงษ์เริ่มเดินสาดเเข้งจนมิโอะสะดุดปวดแขน จบยกที่ 2 ยังคงสูสีกันอยู่

ยกที่ 3 พี่เลี้ยงให้พญาหงส์เดินเข้าไปเตะที่ลำตัว และแขนเพราะมีอาการ เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น พญาหงษ์เดินไปข้างหน้า เตะและต่อยจนมิโอะหยุดชงัก เต่ก็สวนหมัดกลับก็โดนพญาหงษ์เช่นกัน ท้ายยกพญาหงษ์เร่งเต็มร้อย เตะและต่อยต่อเนื่องจนมิโอะแสดงอาการอย่างชัดเจน ท้ายที่สุดผู้ตัดสินก็รวมคะแนนให้พญาหงษ์ชนะ 2 ต่อ 1 เสียง

By user